
โลภโกรธหลง มีทุกคน นั้นแหละหนา
ทุกชีวา ถ้าเกิดมา ต้องเจอแน่
ทั้งเกิดแก่ เจ็บตาย เหมือนสายแห่ (สายรก)
ขอเพียงแค่ อย่าไปยึด เดี๋ยวหยุดเอง
สิ่งที่แน่ ของสุขแท้ อยู่ที่ไหน
ชอบขานไข อยู่ที่ใจ มิใช่หรือ
แล้วทำไม พากันบ่น หาสุขฤา
ทั้งที่รู้ และเห็นอยู่ สุขอยู่ใด
เย่อและหยิ่ง นั้นเป็นสิ่ง สำคัญหมาย
แล้วความตาย ใยไม่หมาย ให้หายหลง
แม้ร่างกาย นั้นก็เป็น สิ่งต้องปลง
คงไม่ “๑๐๐” ก็ต้องลอย เถ้าอังคาร
เมื่อยามใจ ไม่สมหวัง และเศร้าโศก
เห็นแต่ยก แล้วก็เท เท่ห์นักหรือ
โทษจากการ ยกและเท ไม่เห็นฤา
อบายมุขหรือ ก็มาหมด สลดจริง
อันมนุษย์ ประเสริฐแท้ จริงหรือ
นามระบือ ทั่วหล้า หาใช่
ทั้งปล้นจี้ ฆ่ากัน ร่ำไป
คำประเสริฐ อยู่ไหน บอกแจ้งทีนา
หาใช่เขียนดูหมิ่น ใครไม่
เพราะหัวใจ เห็นใช่ ประเสริฐแท้ดังฤา
อันตัวกาย คือเครื่องหมาย ของความทุกข์
แม้จะสุข ก็ไม่เท่า ทุกข์เลยหนา
ผู้เห็นทุกข์ จงหาทาง พ้นไปนา
คงไม่ช้า อาจพบสุข พ้นทุกข์ไป
ทรัพย์ภายนอก แม้มีมาก ยิ่งสุขหรือ
ที่เห็นคือ ยังบ่นทุกข์ กันอยู่หนา
ช่างทุกขัง อนิจจัง อนัตตา
เหตุใดหนา ไม่ยอมหา ทรัพย์ภายใน
รู้จักใจ ของตน จริงๆ หรือ
เพราะนี่คือ ใจเรา นั่นซิหนา
ถ้ารู้จริง ใยขนทุกข์ ใส่ใจนา
แล้วใยมา พูดกันว่า รู้ใจตน
วันและคืน ผ่านมา-ไป ไม่รู้จบ
แต่ชีวิต ตนนั้นจบ มิใช่หรือ
แล้วใยไม่ ค้นหาบ้าน หน้าไว้ฤา
ปล่อยกิเลส จูงมือไป ไม่จบกัน
ตัวอาฆาต ริษยา พยาบาท
มันไม่อาจ ตัดได้ จริงๆ หรือ
แล้วสอนเขา ว่าให้ละ ทำไมฤา
ตัวยังถือ อยู่เต็มอก ตลกจริง
พูดดูหมิ่น ถากถางกัน หาดีไม่
ใครที่ไหน จะดีเลิศ ไปทุกสิ่ง
ยิ่งมนุษย์ ประเสริฐกว่า สัตว์แท้จริง
สลดจริง ยิ่งกว่าสัตว์ เพราะวาจา
ความซื่อสัตย์ คือสมบัติ ของผู้ดี
ความตระหนี่ คือสมบัติ ของคนโลภ
ความละโมบ คือสมบัติ ของคนอยาก
ความเป็นผู้บริจาค คือสมบัติ ของคนหวังสุข
ความอยากพ้นทุกข์ คือสมบัติของอริยะ
ความเป็นผู้ตะกละ คือสมบัติ ของคนไม่พอ
ความเป็นผู้สับส่อ คือสมบัติ ของคนปากมาก
ความพยาบาทอาฆาต คือสมบัติ ของคนพาล
ตัดสิ่งใดไหนเล่า ก็ไม่เท่าตัดใจ
ตัดความกังวลใด ๆ ก็ไม่เท่าตัดทุกข์
ตัดความรู้สึกนึกคิดใด ๆ ก็ไม่เท่าตัดจากราคะ
ตัดจิตให้พ้นจากวัฏฏะ นั่นแหละหนา ที่ควรกระทำ
----------------------------------
ทำอะไร อย่ากลัวใคร เขาไม่รู้
แม้ทำคู่ ก็จงรู้ อยู่ที่ตน
บุญกุศล ตนนั้นแล พยานตน
อย่ากลัวคน เขาไม่รู้ ว่าตนทำ
ชีวิตนี้ เกิดมาจาก สิ่งใดหนา
ทุกชีวา เกิดตายมา น่าเบื่อไหม
เหตุไฉน ไม่รู้เบื่อ เมื่อจากไป
ตายเกิดไง เห็นกันไหม ไม่เว้นวัน
รู้กันอยู่ เห็นกันอยู่ ทุกชีวา
ว่าเกิดมา ก็ต้องตาย กลายเป็นผี
โลภโกรธหลง ที่มีอยู่ ทุกชีวี
ใยไม่หา วิธีปราบ กำจัดมัน
ทุกข์ก็รู้ สุขก็รู้ อยู่ทุกคน
แม้เหตุผล ตนก็รู้ อยู่นี่หนา
ปรัชญา ที่เฝ้าพร่ำ สอนกันมา
ไฉนหนา ไม่นำมา ใช้กันเอย
คนที่โง่ ย่อมเป็นเหยื่อ คนฉลาด
คนที่ขลาด ย่อมเป็นเหยื่อ ของความกลัว
คนหมองมัว ย่อมเป็นเหยื่อ ของความโง่
คนอวดโอ้ ย่อมเป็นเหยื่อ ของความหลง
คนไม่ปลง ย่อมเป็นเหยื่อ ของสังขาร
คนใจพาล ย่อมเป็นเหยื่อ ของอาฆาต
คนพยาบาท ย่อมเป็นเหยื่อ ของตัวเวร
คนเป็นเดน ย่อมเป็นเหยื่อ ของคุกอยู่ร่ำไป
จดบันทึกโดยพระไพรศาล เปลี่ยนไธสง
ทุกชีวา ถ้าเกิดมา ต้องเจอแน่
ทั้งเกิดแก่ เจ็บตาย เหมือนสายแห่ (สายรก)
ขอเพียงแค่ อย่าไปยึด เดี๋ยวหยุดเอง
สิ่งที่แน่ ของสุขแท้ อยู่ที่ไหน
ชอบขานไข อยู่ที่ใจ มิใช่หรือ
แล้วทำไม พากันบ่น หาสุขฤา
ทั้งที่รู้ และเห็นอยู่ สุขอยู่ใด
เย่อและหยิ่ง นั้นเป็นสิ่ง สำคัญหมาย
แล้วความตาย ใยไม่หมาย ให้หายหลง
แม้ร่างกาย นั้นก็เป็น สิ่งต้องปลง
คงไม่ “๑๐๐” ก็ต้องลอย เถ้าอังคาร
เมื่อยามใจ ไม่สมหวัง และเศร้าโศก
เห็นแต่ยก แล้วก็เท เท่ห์นักหรือ
โทษจากการ ยกและเท ไม่เห็นฤา
อบายมุขหรือ ก็มาหมด สลดจริง
อันมนุษย์ ประเสริฐแท้ จริงหรือ
นามระบือ ทั่วหล้า หาใช่
ทั้งปล้นจี้ ฆ่ากัน ร่ำไป
คำประเสริฐ อยู่ไหน บอกแจ้งทีนา
หาใช่เขียนดูหมิ่น ใครไม่
เพราะหัวใจ เห็นใช่ ประเสริฐแท้ดังฤา
อันตัวกาย คือเครื่องหมาย ของความทุกข์
แม้จะสุข ก็ไม่เท่า ทุกข์เลยหนา
ผู้เห็นทุกข์ จงหาทาง พ้นไปนา
คงไม่ช้า อาจพบสุข พ้นทุกข์ไป
ทรัพย์ภายนอก แม้มีมาก ยิ่งสุขหรือ
ที่เห็นคือ ยังบ่นทุกข์ กันอยู่หนา
ช่างทุกขัง อนิจจัง อนัตตา
เหตุใดหนา ไม่ยอมหา ทรัพย์ภายใน
รู้จักใจ ของตน จริงๆ หรือ
เพราะนี่คือ ใจเรา นั่นซิหนา
ถ้ารู้จริง ใยขนทุกข์ ใส่ใจนา
แล้วใยมา พูดกันว่า รู้ใจตน
วันและคืน ผ่านมา-ไป ไม่รู้จบ
แต่ชีวิต ตนนั้นจบ มิใช่หรือ
แล้วใยไม่ ค้นหาบ้าน หน้าไว้ฤา
ปล่อยกิเลส จูงมือไป ไม่จบกัน
ตัวอาฆาต ริษยา พยาบาท
มันไม่อาจ ตัดได้ จริงๆ หรือ
แล้วสอนเขา ว่าให้ละ ทำไมฤา
ตัวยังถือ อยู่เต็มอก ตลกจริง
พูดดูหมิ่น ถากถางกัน หาดีไม่
ใครที่ไหน จะดีเลิศ ไปทุกสิ่ง
ยิ่งมนุษย์ ประเสริฐกว่า สัตว์แท้จริง
สลดจริง ยิ่งกว่าสัตว์ เพราะวาจา
ความซื่อสัตย์ คือสมบัติ ของผู้ดี
ความตระหนี่ คือสมบัติ ของคนโลภ
ความละโมบ คือสมบัติ ของคนอยาก
ความเป็นผู้บริจาค คือสมบัติ ของคนหวังสุข
ความอยากพ้นทุกข์ คือสมบัติของอริยะ
ความเป็นผู้ตะกละ คือสมบัติ ของคนไม่พอ
ความเป็นผู้สับส่อ คือสมบัติ ของคนปากมาก
ความพยาบาทอาฆาต คือสมบัติ ของคนพาล
ตัดสิ่งใดไหนเล่า ก็ไม่เท่าตัดใจ
ตัดความกังวลใด ๆ ก็ไม่เท่าตัดทุกข์
ตัดความรู้สึกนึกคิดใด ๆ ก็ไม่เท่าตัดจากราคะ
ตัดจิตให้พ้นจากวัฏฏะ นั่นแหละหนา ที่ควรกระทำ
----------------------------------
ทำอะไร อย่ากลัวใคร เขาไม่รู้
แม้ทำคู่ ก็จงรู้ อยู่ที่ตน
บุญกุศล ตนนั้นแล พยานตน
อย่ากลัวคน เขาไม่รู้ ว่าตนทำ
ชีวิตนี้ เกิดมาจาก สิ่งใดหนา
ทุกชีวา เกิดตายมา น่าเบื่อไหม
เหตุไฉน ไม่รู้เบื่อ เมื่อจากไป
ตายเกิดไง เห็นกันไหม ไม่เว้นวัน
รู้กันอยู่ เห็นกันอยู่ ทุกชีวา
ว่าเกิดมา ก็ต้องตาย กลายเป็นผี
โลภโกรธหลง ที่มีอยู่ ทุกชีวี
ใยไม่หา วิธีปราบ กำจัดมัน
ทุกข์ก็รู้ สุขก็รู้ อยู่ทุกคน
แม้เหตุผล ตนก็รู้ อยู่นี่หนา
ปรัชญา ที่เฝ้าพร่ำ สอนกันมา
ไฉนหนา ไม่นำมา ใช้กันเอย
คนที่โง่ ย่อมเป็นเหยื่อ คนฉลาด
คนที่ขลาด ย่อมเป็นเหยื่อ ของความกลัว
คนหมองมัว ย่อมเป็นเหยื่อ ของความโง่
คนอวดโอ้ ย่อมเป็นเหยื่อ ของความหลง
คนไม่ปลง ย่อมเป็นเหยื่อ ของสังขาร
คนใจพาล ย่อมเป็นเหยื่อ ของอาฆาต
คนพยาบาท ย่อมเป็นเหยื่อ ของตัวเวร
คนเป็นเดน ย่อมเป็นเหยื่อ ของคุกอยู่ร่ำไป
จดบันทึกโดยพระไพรศาล เปลี่ยนไธสง